เหล็กเส้น เหล็กรูปพรรณ เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงานโครงสร้าง

เหล็กเส้น เหล็กรูปพรรณ เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงานโครงสร้าง

เหล็กเป็นวัสดุหลักที่ทำหน้าที่ “รับแรง” และ “เสริมความแข็งแรง” ให้กับโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นบ้าน อาคารพาณิชย์ โรงงาน หรือโกดัง การเลือกใช้เหล็กให้เหมาะกับลักษณะงานจึงสำคัญมาก เพราะส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัย อายุการใช้งาน และงบประมาณในภาพรวม

บทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เหล็กเส้น กับ เหล็กรูปพรรณ ต่างกันอย่างไร ใช้กับงานแบบไหน และควรพิจารณาอะไรบ้างก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ (เนื้อหานี้เป็นแนวทางทั่วไป ควรยึดแบบและการคำนวณของวิศวกรเป็นหลัก)


ทำไม “เหล็ก” ถึงสำคัญในงานโครงสร้าง

โครงสร้างอาคารต้องรับแรงหลายรูปแบบ เช่น

  • แรงกด/แรงอัด (น้ำหนักตัวอาคาร, น้ำหนักใช้งาน)

  • แรงดึง (การโก่งตัวของคาน/พื้น, แรงจากลม/แผ่นดินไหว)

  • แรงเฉือน (บริเวณรอยต่อคาน-เสา, ฐานราก)

  • แรงบิด (โครงสร้างบางรูปแบบหรือจุดรับแรงเฉพาะ)

คอนกรีตแข็งแรงมากใน “แรงอัด” แต่ไม่เด่นใน “แรงดึง” จึงต้องใช้ เหล็กเส้นเสริมในคอนกรีต เพื่อช่วยรับแรงดึงและลดการแตกร้าว ส่วนงานที่ต้องการติดตั้งเร็ว รับช่วงยาว หรือเป็นโครงสร้างหลักแบบเหล็ก มักใช้ เหล็กรูปพรรณ เป็นตัวรับแรงโดยตรง


เหล็กเส้นคืออะไร ใช้งานอย่างไร

เหล็กเส้น คือเหล็กแท่งทรงกลม ใช้เสริมแรงในคอนกรีตเป็นหลัก (คอนกรีตเสริมเหล็ก) นิยมใช้ในงาน

  • เสา

  • คาน

  • พื้น

  • ฐานราก

  • ผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก

  • บันไดคอนกรีต

ประเภทเหล็กเส้นที่พบบ่อย

1) เหล็กเส้นกลม (RB)

  • ผิวเรียบ โค้งงอง่าย

  • เหมาะกับงานผูกเหล็กทั่วไป งานปลอกคาน/ปลอกเสา งานโครงสร้างรอง

  • การยึดเกาะกับคอนกรีตน้อยกว่าเหล็กข้ออ้อย จึงมักใช้กับงานที่ไม่ต้องรับแรงสูงมาก หรือใช้เป็น “เหล็กปลอก” ตามแบบ

2) เหล็กเส้นข้ออ้อย (DB)

  • ผิวเป็นบั้ง/ข้อ ช่วยให้ยึดเกาะคอนกรีตดี

  • นิยมเป็น “เหล็กหลัก” ในเสา คาน พื้น ฐานราก

  • รับแรงดึงได้เหมาะกับงานโครงสร้างหลักมากกว่า

การเลือกขนาดเหล็กเส้น

เหล็กเส้นมีหลายเบอร์/หลายขนาด การเลือกต้องอิงจาก

  • แบบโครงสร้าง (Structural Drawing)

  • รายการคำนวณของวิศวกร

  • ตำแหน่งใช้งาน (เสา/คาน/พื้น/ฐานราก)

  • ระยะพาด ช่วงคาน และน้ำหนักใช้งาน

ข้อควรจำ: “เพิ่มขนาดเหล็กเอง” โดยไม่อิงแบบ อาจทำให้รายละเอียดอื่นผิด เช่น ระยะหุ้มคอนกรีต (cover), ระยะห่างเหล็ก, ปริมาณคอนกรีต และการทำงานร่วมกันของเหล็ก-คอนกรีต


เหล็กรูปพรรณคืออะไร และเหมาะกับงานแบบใด

เหล็กรูปพรรณ คือเหล็กที่ขึ้นรูปให้มีหน้าตัดเฉพาะเพื่อรับแรงได้ดีในทิศทางต่าง ๆ ใช้เป็นโครงสร้างหลักแบบเหล็ก หรือใช้ร่วมกับคอนกรีตในบางระบบ

เหมาะกับงานที่ต้องการ

  • รับน้ำหนักมาก/ช่วงยาว

  • ติดตั้งรวดเร็ว ลดงานแบบหล่อ/เทคอนกรีต

  • ควบคุมคุณภาพงานหน้างานได้ดี (โรงงานผลิต/มาตรฐานชัด)

  • ปรับแก้/ต่อเติมโครงสร้างได้ง่ายกว่างานคอนกรีตบางประเภท

ประเภทเหล็กรูปพรรณที่ใช้บ่อย

1) เหล็กตัวไอ (I-Beam)

  • เหมาะทำคาน โครงสร้างรับแรงดัด

  • ใช้ในงานที่ต้องการรับน้ำหนักมากแต่ต้องคุมต้นทุน

2) เหล็กตัวเอช (H-Beam)

  • หน้าตัดแข็งแรง รับแรงดัดและแรงอัดได้ดี

  • เหมาะกับเสา/คานหลัก โครงสร้างขนาดใหญ่ เช่น โรงงาน อาคารหลายชั้น โกดัง

3) เหล็กกล่อง (Rectangular/Square Tube)

  • ใช้ทำโครงหลังคา โครงสร้างเบา งานต่อเติม งานโครงกรอบ

  • จุดเด่นคือรูปลักษณ์เรียบร้อย งานสถาปัตย์นิยม แต่ต้องดูความหนาและการป้องกันสนิมให้เหมาะ

4) เหล็กฉาก (Angle)

  • ใช้เป็นโครงสร้างรอง ค้ำยัน โครงเฟรม งานประกอบ

  • นิยมในงานเสริมแรง งานเชื่อมประกอบ

5) เหล็กรางน้ำ (Channel)

  • ใช้ทำคานรอง แป โครงหลังคา โครงสร้างรองบางประเภท

  • เหมาะกับงานที่ต้องการรูปหน้าตัดช่วยรับแรงเฉือน/แรงดัดระดับหนึ่ง


เหล็กเส้น vs เหล็กรูปพรรณ ต่างกันตรงไหน (เข้าใจง่าย)

เหล็กเส้น (คอนกรีตเสริมเหล็ก)

ข้อดี

  • เหมาะกับงานบ้านและอาคารทั่วไป

  • ยืดหยุ่นในการทำรูปทรง (หล่อได้หลายแบบ)

  • วัสดุหาได้ง่าย ช่างคุ้นเคย

ข้อจำกัด

  • ใช้เวลางานมาก (ผูกเหล็ก-ทำแบบ-เท-บ่ม)

  • คุณภาพหน้างานขึ้นอยู่กับทีมงานและการควบคุมงาน

  • งานแก้ไข/ต่อเติมบางส่วนทำได้ยากกว่า

เหล็กรูปพรรณ (โครงสร้างเหล็ก)

ข้อดี

  • ติดตั้งเร็ว ลดเวลาโครงการ

  • เหมาะกับช่วงยาวและงานรับน้ำหนักมาก

  • ควบคุมคุณภาพงานได้ดี (ประกอบ/เชื่อม/น็อตตามมาตรฐาน)

ข้อจำกัด

  • ต้องออกแบบรายละเอียดรอยต่ออย่างแม่นยำ

  • ต้องมีการป้องกันสนิม/ไฟ (ตามสภาพใช้งาน)

  • ต้องใช้ช่างเฉพาะทาง (เชื่อม/ยึดน็อตแรงบิดตามสเปก)


เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงานโครงสร้าง (แยกตามประเภทงาน)

1) บ้านพักอาศัยทั่วไป

  • เสา/คาน/พื้น/ฐานราก: มักใช้เหล็กเส้น (คอนกรีตเสริมเหล็ก)

  • โครงหลังคา/กันสาด/ต่อเติม: มักใช้เหล็กรูปพรรณ (เหล็กกล่อง/เหล็กตัวซี/เหล็กฉาก/เหล็กไอเล็ก)

แนวคิดคือ “โครงสร้างหลักใช้คอนกรีตเสริมเหล็ก” แล้วใช้เหล็กรูปพรรณในส่วนที่ต้องการความเบาและติดตั้งเร็ว

2) อาคารพาณิชย์/อาคารหลายชั้น

  • โครงสร้างหลักอาจใช้คอนกรีตเสริมเหล็กเป็นหลัก (เหล็กเส้น)

  • หรือเป็นระบบผสม เช่น เสา/แกนลิฟต์เป็นคอนกรีต แต่คาน/พื้นบางส่วนใช้เหล็ก เพื่อเพิ่มความเร็วและลดน้ำหนัก

งานประเภทนี้ต้องยึดแบบวิศวกรเป็นหลัก เพราะแรงและความซับซ้อนสูง

3) โรงงาน/โกดัง/อาคารช่วงยาว

  • นิยม เหล็กรูปพรรณ เป็นโครงสร้างหลัก (H-Beam/I-Beam + โครงถัก/แป)

  • เหมาะกับการทำ “ช่วงเสายาว” ลดจำนวนเสา ใช้พื้นที่ได้เต็ม

  • ติดตั้งเร็ว คุมเวลางานได้ดี


ปัจจัยสำคัญก่อนเลือกเหล็ก (เช็กลิสต์ใช้งานจริง)

1) ประเภทโครงสร้างและรูปแบบงาน

  • โครงสร้างคอนกรีต → เหล็กเส้นเป็นหลัก

  • โครงสร้างเหล็ก/งานต่อเติม/งานช่วงยาว → เหล็กรูปพรรณเหมาะกว่า

2) น้ำหนักที่ต้องรับและช่วงพาด

  • ช่วงยาว + ต้องการพื้นที่โล่ง → เหล็กรูปพรรณได้เปรียบ

  • งานทั่วไป/ช่วงไม่ยาวมาก → คอนกรีตเสริมเหล็กคุ้มค่าและนิยม

3) สภาพแวดล้อมและสนิม

  • ใกล้ทะเล/ความชื้นสูง ต้องระวังสนิมมากขึ้น

  • เหล็กรูปพรรณควรมีระบบกันสนิม/สีรองพื้น/ทาสีตามมาตรฐาน

  • งานคอนกรีตเสริมเหล็กต้องคุม “ระยะหุ้มคอนกรีต” ให้พอ ลดสนิมในระยะยาว

4) เวลาในการก่อสร้าง

  • ต้องการงานเร็ว → เหล็กรูปพรรณมักทำงานไวกว่า

  • ถ้าไม่เร่งมากและต้องการช่างทั่วไปทำได้ → คอนกรีตเสริมเหล็กเหมาะ

5) งบประมาณรวมทั้งระบบ

อย่าดูแค่ “ราคาเหล็กต่อกิโล” ให้ดูภาพรวม เช่น

  • ค่าช่าง/ค่าเชื่อม/ค่าน็อต/ค่าเครน

  • ค่าแบบหล่อ/ค่าแรงผูกเหล็ก/เวลาบ่มคอนกรีต

  • ค่ากันสนิม/ค่าเคลือบ/ค่าบำรุงรักษา

6) มาตรฐานและแหล่งที่มา

  • เลือกวัสดุที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม

  • ตรวจสอบฉลาก/มาร์กบนเหล็ก/ใบรับรอง (Mill Certificate) ในงานที่ต้องคุมคุณภาพ

  • หลีกเลี่ยงเหล็กที่ผิวเสียหายมาก บิดงอหนัก หรือสนิมลึกเป็นเกล็ด


ข้อควรระวังที่เจอบ่อย (ช่วยลดปัญหาหน้างาน)

  • ใช้เหล็ก “ผิดประเภท” เช่น เอาเหล็กกลมไปเป็นเหล็กหลักแทนข้ออ้อยโดยไม่ยึดแบบ

  • ระยะหุ้มคอนกรีตไม่พอ ทำให้เหล็กเป็นสนิมเร็ว

  • งานเหล็กรูปพรรณเชื่อม/เจาะ/ต่อไม่ถูกวิธี ทำให้รอยต่ออ่อนแรง

  • ไม่ทากันสนิมหรือทาไม่ครบขั้นตอน โดยเฉพาะงานภายนอก

  • สั่งของไม่ตรงสเปก (ความหนาเหล็กกล่อง/ขนาดหน้าตัด H-Beam) ทำให้รับแรงไม่พอ


สรุป: เลือกเหล็กแบบไหนถึง “เหมาะ” กับงานโครงสร้าง

  • ถ้าเป็น โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก (เสา-คาน-พื้น-ฐานราก) → ใช้ เหล็กเส้น เป็นหลัก โดยเลือกชนิดและขนาดตามแบบวิศวกร

  • ถ้าเป็น โครงสร้างเหล็ก หรืองานที่ต้องการ ติดตั้งเร็ว รับช่วงยาว ใช้พื้นที่โล่ง (โรงงาน/โกดัง/หลังคา/ต่อเติม) → ใช้ เหล็กรูปพรรณ เป็นหลัก และต้องให้ความสำคัญกับรายละเอียดรอยต่อและการป้องกันสนิม

  • หลายโครงการใช้ “ระบบผสม” เพื่อให้ได้ทั้งความแข็งแรง ความเร็ว และความคุ้มค่า

แนะนำเว็บไซต์และร้านค้าสหสินปอแซติดต่อเรา :  www.posaesteel.com